วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เที่ยวเชียงใหม่ - ถึงแล้วเจียงใหม่ สวั๊สดี๋เจ้า



เที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ มีโพสทั้งหมด 10 โพส ด้วยกัน ให้อ่านกันเต็มอิ่ม แบบละเอียดสุดๆ (อะไรจะเวิ่นเว้อ ปานนั้น) 
ตอนที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10

         ถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ตอนบ่ายสองกว่าๆ ด้วยความหิว อาหารมื้อแรกคือแมค! ก็ก่อนขึ้นเครื่องไม่กินอะไร บนเครื่องก็ไม่สั่งอะไรนี่นา พอลงเครื่อง ก็หิว แต่อยากไปนั่งชิลล์ๆ เย็นๆ ก่อนหลังจากรอกระเป๋า



มาถึงมีฝนโปรยเล็กๆ เราตัดสินใจ เดินมาเซ็นทรัลแอร์พอร์ต เพราะกระเป๋าไม่หนักอะไร (มารู้ทีหลัง บอกใครก็มีแต่คนตอบมาว่า ช่างกล้า!) มาถึงก็เดินหาฟู๊ดคอร์ทแต่เจอแมคเสียก่อน เลยแวะด้วยความหิว และอยากนั่งเย็นๆ (รู้ทีหลังว่า Food court ที่นี่ไม่มี แต่มีเป็น กาดหลวง อยู่ข้างๆ กัน ชั้นล่าง ขายแบบ food court ที่ไม่ต้องแลกคูปอง และอาหารก็หลากหลาย)

สักพัก ก็เดินหาถามคนนั้นคนนี้ ว่าขึ้นรถแดงยังไง ดันเจอแต่คนต่างถิ่น ฮ่าๆ สักพักถามมาเรื่อยๆ ก็ได้ขึ้นรถ

รถพามาลงหน้าโรงแรมเลย ราคา 30 บาทเอง โดยขึ้นด้านหน้าติดถนน แถวๆ แยกนั่นแหละ พอถึงโรงแรม เช็คอิน จ่ายตัง ได้ห้องเตียงเดี่ยวชั้น 2 ห้องโอเค ราคา 420 บาทต่อคืน เลยเหมาไป สามคืนรวด รูดการ์ดปรี๊ดๆๆๆ

     


 อาบน้ำเสร็จขอตัวไปเดินเล่นก่อนดีกว่า เพราะตามตารางเราจะไป night bazaar ด้วย แต่ว่าก็เย็นแล้ว คิดว่าจะเดินไปเลยดีกว่า ไม่รู้ไกลแค่ไหนด้วย โลกสวยด้วยเท้าเรา

ฝนรินๆ โปรยปราย เป็นอุปสรรคการเดินพอสมควร แต่เราก็ไม่ยั่น กะว่าไม่แวะกลับโฮเตลดอก หากมิได้ป๊ะของดี

เลยออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้าย คิดๆๆๆๆๆได้ว่าต้องเลี้ยวขวา เพราะว่าเลี้ยวซ้าย เป็นถนนนิมมานเหมินทร์ เอาไว้ สำหรับวันพรุ่งนี้ แต่ก็ยังไม่รู้จะไปตี้ใด

เดินมาป๊ะ 7-11 พอดี แวะซื้อถ่านใส่กล้อง และเสื้อกันฝนสองตัว กับน้ำยาบ้วนปาก เป็นงบบานอีกแล้ว แต่จำเป็นนะเออ แล้วไม่ได้หยิบร่มมาอีก เพราะกลับไปโรงแรมต้องเปียกแน่นอน

นั่งคิดทบทวนหน้า 7-11 แล้วว่าจะไปดูตลาดไนท์บาซาร์ เพราะว่าเป็นไปตามแผนเดิม ถึงคนจะน้อย หรือไม่มีคนก็ช่าง (ว่างั้น ขอให้ได้ตามแผน)




เดินมาสักพักคิดได้ว่า ตึ๋งเวลาดินเนอร์ เลยแวะร้านบะหมี่ กินบะหมี่เกี๊ยวปู ซะหน่อย ร้านนี้ มีลูกค้าทุกระดับ ทั้งเดินมา และ นั่งมอไซค์ หรือ รถแดง หรือแม้กระทั่งขับรถเก๋งมากิน อยู่ตรงข้ามแยก แถวๆ ถนน มณีนพรัตน์ตัดกับถนนสิงหราช (หน้าร้านมือถืออะไรสักอย่าง)

รสชาติก็โอเคนะ น้ำซุปไม่เค็มปี๋ ราคา 35 บาท แบบว่าพิเศษแล้ว

เสร็จสิ้น เดินทางต่อ ใส่เสื้อกันฝนด้วย เดินมาซะจนด่าตัวเองว่า ทนทรมานเดินตากฝนทำไมวะ ขนาดใส่เสื้อกันฝนแล้ว แต่เดินตากฝนปรอยๆ ไกลๆ ก็น่ารำคาญเหมือนกัน รู้สึกเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอยังไง ไม่รู้

เดินมาจนถึงประตูท่าแพ ฝนแรงขึ้นบ้าง แต่ยังสม่ำเสมอ ปรอยๆ ยังกับ Portland, Oregon! (ทำยังกะเคยไป)

เห็นสตาร์บั๊ค (ดูในแผนที่ กะว่า หากไม่มีไรทำ ก็จะนั่งพักเหนื่อยที่นี่) เลยทำให้ตัดสินใจว่า เข้าสตาร์บั๊คพักกินชาเขียวก่อนดีกว่า เผื่อฝนจะเบาลง เพราะเดินต่อคงเปียกหนัก รวมถึงเมื่อยและปวดฉี่

มองไปข้างนอก ฝนยังแรงอยู่ เฮ้อ ตูเพลีย เที่ยวหน้าฝน ตอนถอดเสิ้อกันฝน มันขาดเลยอะ บางมากกกก ทิ้งไว้หน้าร้านนี่แหละ

รอจนกระทั่ง สามทุ่มกว่า ฝนมีแต่หนักขึ้น พอเบาลงก็ค่ำแล้ว และเริ่มหนาวเหน็บ สรุปว่า หาทางกลับโรงแรมจะดีกว่า เพราะเริ่มเหนอะหนะตัว ว่าแล้วก็เดินไปหาขึ้นรถแดง ที่ยอมรอจนดึก ก็เพราะว่า ถามพนักงานสตาร์บั๊คแล้วว่า รถแดงมีถึงกี่ทุ่ม น้องเค้าบอกว่าทั้งคืน เลยกะว่า ถ้าไม่เบา ก็คงไม่ออกไป พอนั่งรถแดงเพียงแป๊บเดียวก็ถึง โรงแรม (จากที่เดินตากฝนไปเป็นชั่วโมง)

อาบน้ำและนั่งพักสักแป๊บ แล้วทำการวางแผนสำหรับวันต่อไป (แผนคือ ไหว้พระ ชมวัดในตัวเมือง) แล้วก็ทำการนอน สวดมนต์ แผ่เมตตา และขอให้พรุ่งนี้ แดดออกด้วยเถิด ทริปเราจะได้ไม่วังเวง
.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น